Posted by & filed under ข่าวสารสัตว์เลี้ยง.

  เตรียมพบกับ Animal Show งานโชว์สัตว์โลกแสนน่ารัก ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 14-17 สิงหาคม 2557 นี้ ได้ที่เซ็นทรัลพลาซา ชลบุรี งานเริ่มเวลา 11.00-21.00 น. ครั้งแรกกับเหล่าพาเหรดสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ที่ยกขบวนความน่ารักมาไว้ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ชลบุรีนี้ค่ะ
<ignore_js_op>
            ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ชลบุรี เชิญชวนทุกท่านมาเที่ยวชมงาน Animal Show @ Centralplaza Chonburi ตื่นตาตื่นใจกับเหล่าขบวนพาเหรดสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ ที่ยกขบวนความน่ารักมาไว้ให้ทุกท่านได้ชมกันกับบรรยากาศฟาร์มสัตว์สไตล์คันทรี่ สัมผัสกับบรรยากาศฟาร์มสัตว์ชนิดต่างๆกว่า 20 ชนิด ชมความน่ารักของตัวอัลปาก้า สัตว์กินพืชใจดีขนนุ่ม เพลิดเพลินกับกิจกรรมป้อนอาหารสัตว์และป้อนนมอย่างใกล้ชิด รวมถึงให้เด็กๆได้ขี่ม้าแคระเดินเล่นบริเวณงาน อีกทั้งยังได้เรียนรู้ลักษณะนิสัยและสาระน่ารู้ต่างๆเกี่ยวกับสัตว์นานาชนิด และพบกับบูธจำหน่ายสินค้าน่ารักๆสำหรับสัตว์เลี้ยงอีกมากมาย พร้อมเชิญร่วมบริจาคช่วยเหลือค่าอาหารสัตว์ โดยจะนำไปมอบให้กับสวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆอีกมากมายให้ร่วมสนุกด้วยกันค่ะ
            กิจกรรมดีๆแบบนี้ คุณน้องๆหนูๆไม่ควรพลาดกันนะค่ะ แล้วไปร่วมสนุกด้วยกันค่ะ สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่https://www.facebook.com/pages/C … uri/140148476040175  หรือโทร 033-003-333 ที่ลานโปรโมชั่นชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ชลบุรี

 

Posted by & filed under ข่าวสารสัตว์เลี้ยง.

  


               เอาใจสำหรับคนรักน้องแมวกันอีกแล้วค่ะ กับงาน Royal Canin International Cat Show 2014 ที่จะจัดขึ้น ณ BCC Hall Centralplaza Lardprao ในวันเสาร์ที่ 9-10 สิงหาคม 2557 เวลา 11.00-21.00 น. นี้แล้วค่ะ ก่อนจะเข้างานอย่าลืมพาน้องแมวใส่กระเป๋ามาด้วยนะค่ะ



ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ร่วมกับ อาหารแมวรอยัลคานิน เชิญชวนทุกท่านมาร่วมสนุกด้วยกันกับงาน Royal Canin International Cat Show 2014 ซึ่งภายในงานก็จะมีกิจกรรมให้เพื่อนๆได้ร่วมสนุกด้วยกันกับน้องแมวเหมียวทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรมหาบ้านให้น้องแมว Cat Adoption เพลินตากับการประกวดแมวตามระบบสากล CFA และมีบูธจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษของน้องแมวให้ช้อปกระจายไปเลยค่ะ พิเศษเมื่อซื้อสินค้าภายในงานและรับประทานอาหารภายในศูนย์ครบ 1,000 บาท รับฟรี Kitty Case สุดชิค ลายน้องหมียว จำนวน 1 ชุด นับว่าเป็นการเอาใจคนรักแมวโดยเฉพาะเลยค่ะ ที่สำคัญพลาดไม่ได้สำหรับใครที่อยากจะได้ใกล้ชิดกับเหล่าแมวเซเลบของเมืองไทย อาทิเช่น น้องฮาชิ สาวรัสเซีย เจ้าฮิวโก้ เหมียวที่ขาสั้นที่สุดในประเทศ และอาตแมวจอนนี่ ที่มาเพื่อพบปะทักทายกับแฟนคลับโดยเฉพาะ งานใกล้เข้ามาแล้วนะค่ะ เตรียมตัวกันให้พร้อมสำหรับงานนี้กันเลย



            หากท่านใดที่สนใจอยากจะไปร่วมงานสามารถแวะไปได้ที่ศูนย์การค้า เซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 5 หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่www.facebook.com/dogandcatclubs

Posted by & filed under สายพันธุ์สัตว์เลี้ยง, สายพันธุ์แมว.

แมวเปอร์เซีย(Persian Cats) ราชินีแมวเจ้าเสน่ห์นี้เป็นแมวที่มีถิ่นกำเนิดที่แถบเปอร์เซียในสมัยก่อนซึ่งปัจจุบันก็คือประเทศตุรกีและอิหร่านในปัจจุบันนั่นเอง โดยหลักฐานที่ระบุได้ว่าแมวเปอร์เซียถือกำเนิดที่นั่นก็คือบันทึกลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับที่มาของแมวเปอร์เซีย หรือแมวเปอร์เซียน ซึ่งในลายลักษณ์อักษรนั้นพูดถึง พ่อค้าทะเลทราย แถวๆแถบตะวันตกของตุรกีและอิหร่าน  พูดถึงการขนของมาค้า เช่น การขนเครื่องเทศมาขาย ขนอัญมณีมาค้า  ละในลายลักษณ์อักษรกล่าวว่าบางครั้งก็มีแมวขนยาวๆติดมาด้วย แมวขนยาวนั้นถูกซื้อโดยกะลาสี และหลังจากนั้นก็พาแมวติดไปกับเรือบรรทุกสินค้ามุ่งหน้าเข้าสู่ทวีปยุโรปและเวลาผ่านไปหลายปีต่อมาแมวพันธ์นั้นก็ได้เป็นที่รู้จักกันในชื่อสายพันธุ์ว่า เตอร์กิส แองโกร่า (Turkish Angora)

<ignore_js_op>

เมื่อราวๆปลายศตวรรษที่  19 แมวพันธุ์เตอร์กิส แองโกร่า (Turkish Angora) ได้ถูกชาวอังกฤษกลุ่มผู้ชื่นชอบนำแมวมาผสมพันธุ์และพัฒนาสายพันธุ์กลายเป็นแมวที่มีขนฟู ยาว และพองกว่าเดิม และจนได้รับการยอมรับและได้จดทะเบียนขึ้นเป็นแมวของประเทศอังกฤษโดยใช้ชื่อว่า Longhair เนื่องจากเป็นแมวขนยาวและเป็นชื่อภาษาอังฤษที่แปลว่าขนยาว ไม่ใช่แค่อังกฤษประเทศเดียวที่เลี้ยงแมวสายพันธ์นี้ หลายปีต่อมาพบว่า แมวสายพันธุ์นี้ได้ถูกนำไปเลี้ยงที่แถวทางยุโรปและอเมริกาด้วย ซึ่งคนอเมริกานั้นจะเรียกแมวสายพันธุ์นี้ว่า แมว Persian

ลักษณะสายพันธุ์ของแมวเปอร์เซีย

แมวเปอร์เซีย มีรูปร่างขนาดกลางถึงใหญ่ ดูแข็งแรง เป็นแมวที่มีกระดูกใหญ่ ส่วนของหัวและหน้าของน้องแมวเปอร์เซียนั้นจะกลมๆ หน้าผากโหนกๆ ดวงตาของน้องแมวเปอร์เซียจะกลมโต ระยะห่างระหว่างตาจะมีร่องของจมูกเป็นจุดหัก เวลามองจากทางด้านข้างจะเป็นจุดหักอย่างเห็นได้ชัด ถ้ามองจากทางด้านหน้าจะมีขีดๆ อยู่ระหว่างดวงตา

ลักษณะที่ตรงตามมาตรฐานของแมวเปอร์เซีย โครงสร้างตามลำตัวสั้น ขาสั้นเตี้ย มีจมูกอยู่ในระดับเดียวกับตา ในส่วนของหูจะมีขนาดเล็กส่วนปลายของหูกลมมน หางสั้นไม่หัก ไม่งอ ขนฟูยาว เป็นแมวที่เดินสง่างาม แมวเปอร์เซียในสมัยก่อนนั้นต่างกับในสมัยนี้อย่างมาก โดยเฉพาะรูปร่างที่ดูสั้นขึ้น เปอร์เซียสมัยก่อนจะมีรูปร่างใหญ่ ขนยาวขึ้น ฟูมากขึ้น หน้าตาถูกพัฒนาสายพันธุ์ให้มีลักษณะต่างกัน เช่น หน้าตุ๊กตา หน้าบี้  ซึ่งลักษณะของแมวเปอร์เซียหน้าบี้นั้นจะมีลักษณธจมูกสั้นมากและหักมากขึ้น

แมวเปอร์เซียถูกแบ่งออกเป็น 7 ลักษณะ โดยแบ่งตามสีและลักษณธทั่วไปเป็นเกณฑ์ในการแบ่ง

-Solid colour ขนทั้งตัวจะเป็นสีเรียบสีเสียว ไม่มีสีอื่นมาปะปน สีเท่าๆกัน ไม่มีด่างนั่นเอง อย่างเช่น White แมวเปอร์เซียที่มีขนขาวบริสุทธ์ทั้งตัว,Black ขนสีดำทั้งตัว ดำสนิท,Blue ขนจะมีสีเทาเข้ม,Cream ขนสีครีมเข้ม,Red ขนสีออกแดงเข้มๆ เสมอกัน,lilac สีลาเวนเดอร์,chocolate ขนสีน้ำตาลช๊อกโกแลต

-Tabby จะมีลวดลายที่เห็นกันบ่อยๆก็จะเป็น 2 แบบ คือแบบClassic และแบบ Mackerel

-Sliver & Golden  ตาจะเป็นสีเขียวหรือสีเขียวอมน้ำเงินเท่านั้น หรือที่เราเรียกกันว่าแมวชินชิล่านั่นเอง

-Calico & Bi-Color ขนจะมีสีทั่วๆไป ส่วนตาจะเป็นสีทองแดง บางตัวมีลักษณธตา 2 สี ข้างหนึ่งสีฟ้า อีกข้างหนึ่งเป็นสีทองแดง ความเข้มของสีตาทั้งสองข้างจะเท่าๆกัน

-Shade&Smoke จะมีลักษณะสีขนแตกต่างกันออกไป 3 แบบ คือแบบ Shell ที่ปลายๆขนจะมีสีเล็กน้อยแบบ shade จะมีส่วนที่เป็นสีมากกว่า ส่วนแบบ smoke สีจะมากกว่าแบบ  Shade

-Himalayan แมวเปอร์เซียแต่ก่นจะไม่มีสีนี้ สีนี้ได้มาจากการผสมของแมวเปอร์เซียกับแมวพันธ์ไทยวิเชียรมาศมีลักษณะเป็นสีแต้มตามจุดต่างๆตามตำแหน่งเดียวกับวิเชียรมาศ เช่น มีสีเข้มตรงหูสองข้างที่ทำให้หน้าเหมือนครอบหน้ากากไว้เข้มที่บริเวณขาทั้ง 4 ขา เข้มที่หางเป็นต้น ส่วนดวงตานั้นจะมีสีฟ้าสดใส

-Parti-colour เกิดขึ้นได้ในเฉพาะแมวเปอร์เซียเพศเมียเท่านั้น อันสืบเนื่องมาจากการสืบทอดทางโครโมโซม

นิสัยของแมวเปอร์เซีย

ในแมวเปอร์เซียเพศผู้  ในช่วงที่น้องเปอร์เซียเพศผู้ยังเด็กๆอยู่นั้นจะมีนิสัยซุกซน ขี้เล่น ชอบการปีนป่าย ชอบหาสิ่งของมากัดเล่น แต่พอโตขึ้นเป็นวัยรุ่นนิสัยจะเปลี่ยนไป คือจะเริ่มมีโลกส่วนตัวสูง รักการอยู่คนเดียว หากถึงช่วงเวลาผสมพันธุ์แล้วอาจจะมีการหนีออกบ้านไปหาน้องแมวตัวเมียเพื่อผสมพันธ์หากเรากักขังไว้น้องจะมีอาการหงุดหงิด ร้องเสียงดัง อาจจะฉี่เพื่อให้เพศเมียได้กลิ่นและเป็นการสร้างอาณาจักรด้วย ทางออกที่ดีก็คือ ถ้าไม่ทำหมันก็จะต้องหาน้องแมวเพศเมียมาให้น้องทับ อาการนี้เรียกว่า ฮีท

ในแมวเปอร์เซียเพศเมีย โดยทั่วไปจะว่านอนสอนง่ายกว่าแมวเพศผู้ จะมีนิสัยเรียบร้อย ขี้อ้อน ขี้ประจบ จะชอบคลอเคลียเจ้าของ ในบางตัวจะมีโลก่วนตัวสูงตั้งแต่เด็กจนโต หรือขี้เล่นมากจนทำให้เจ้าของเหนื่อย เมื่อโตเป็นสาวถึงเวลาผสมพันธ์น้องแมเปอร์เซียเพศเมียจะร้องเหมือนตัวผู้แต่อาจจะไม่ดุร้ายเท่าตัวผู้ บางครั้งก็จะฉี่หรือถ่ายไว้ให้ตัวผู้ได้กลิ่นเป็นการเชื้อเชิญตัวผู้ บางทีก็จะนอนหงายดิ้นไปดิ้นมา เจ้าของอาจแก้ปัญหาได้โดยทำหมัน หรืออาจหาตัวผู้มาผสมพันธุ์แล้วแต่เจ้าของจะพอใจ โดยทั่วไปแมวจะเป็นฮีทในช่วงอายุ 6 เดือนขึ้นไป แต่ช่วงอายุที่เหมาะกับการตั้งท้องคือ 1 ปีขึ้นไป และตั้งท้องประมาณ 9 สัปดาห์

Posted by & filed under บทความสัตว์เลี้ยง, สุนัข น่ารัก.

ข้อและกระดูก เป็นศูนย์กลางการเคลื่อนไหวของอวัยวะต่างๆ หากสัตว์เลี้ยงมีความผิดปกติเกี่ยวกับกระดูกและข้อ เช่น กระดูกหักหรือข้อเสื่อม จะทำให้ร่างกายสูญเสียการเคลื่อนไหวไปค่ะ

<ignore_js_op>



กระดูก (BONES)

เป็นอวัยวะที่ประกอบขึ้นเป็นโครงร่างแข็งภายใน เพื่อค้ำจุนโครงสร้างของร่างกายในการเคลี่อนไหวป้องกันการกระทบกระเทือนของอวัยวะภายใน สะสมแร่ธาตุและสร้างเม็ดเลือด ซึ่งกระดูกประกอบด้วยแร่ธาตุ 2 ชนิดคือ แคลเซียมและฟอสฟอรัส ในลูกสัตว์ที่ยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ จะมีตำแหน่งตรงบริเวณปลายของกระดูกที่เรียกว่า growth plate ซึ่งเป็นบริเวณที่กระดูกจะเพิ่มขนาดและความยาวได้อีก จนกระทั่งสุนัขและแมวมีอายุประมาณ 1 ปี บริเวณ growth plate นั้นจะมีแร่ธาตุต่างๆ มาเกาะปิดบริเวณนั้นไป ทำให้กระดูกไม่สามารถยืดต่อไปได้อีกและหยุดการเจริญเติบโตนับตั้งแต่นั้น

ข้อต่อ (JOINTS)

         คือ บริเวณที่กระดูกตั้งแต่สองชิ้นขึ้นไปมีการติดต่อกัน ทำให้กระดูกมีการทำงานร่วมกันเป็นระบบ ข้อต่อจัดจำแนกตามลักษณะโครงสร้าง 3 ชนิดคือ

         1.ข้อต่อชนิดเส้นใย   (Fibrous joints)

         2.ข้อต่อชนิดกระดูกอ่อน   (Cartilage joints)

         3.ข้อต่อชนิดมีข้อ  (Synovial   jovial) 

        นอกจากกระดูกและข้อที่เป็นส่วนค้ำจุนโครงสร้างหลักของร่างกายแล้ว  ก็ยังมีกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และเส้นยึดเอ็น ในการช่วยพยุงโครงร่างด้วย ซึ่งหากมีความผิดปกติเหล่านี้ ก็ย่อมส่งผลกระทบไปถึงกระดูกและข้อต่อเช่นกัน โรคไขข้อและกระดูกที่พบบ่อยในสุนัข เช่น

            -ข้อสะโพกเสื่อม (HIP DYSPLASIA) เป็นการเสื่อมของข้อสะโพกพบได้ในสุนัขทุกขนาดโดยเฉพาะพันธุ์แท้ที่มีขนาดใหญ่ เช่น German Shepherd, Labrador retriever, Golden retriever, Rottweiler และ St. Bernard เป็นต้น ในช่วงแรกที่เริ่มเกิดการเสื่อมของกระดูกข้อสะโพกสุนัขอาจยังไม่แสดงอาการที่ผิดปกติให้เห็น โดยจะตรวจได้จากการถ่ายภาพรังสี ในรายที่มีการอักเสบของข้อสะโพกที่มากขึ้น สุนัขจะเริ่มแสดงอาการปวดให้เห็น เนื่องจากมีการกร่อนของกระดูกอ่อนที่ผิวข้อสะโพกรวมทั้งมีแคลเซียมมาพอก ทำให้พื้นผิวนั้นขรุขระ สร้างความเจ็บปวดให้แก่สุนัขเวลามีการเคลื่อนไหวและเสียดสีของกระดูก

             อาการ

สุนัขอาจจะแสดงอาการลุกนั่งลำบาก ไม่อยากขึ้นลงบันไดเหมือนแต่ก่อน เดินน้อยลง กล้ามเนื้อสะโพกและขาหลังเริ่มลีบ หรือในตัวผู้อาจจะเปลื่ยนพฤติกรรมการไม่ยกขาเพื่อขับปัสสาวะ เป็นต้น

            สาเหตุและปัจจัยโน้มนำ

                1.กรรมพันธุ์ (genetic)

                2.อาหาร (nutrition) การกินอาหารที่ไม่เหมาะสมกับช่วงอายุ ทำให้น้ำหนักเกินมาตรฐาน

                3.การออกกำลังกายที่หักโหมมากเกินไป (over exercise)

            การรักษา

            การรักษาโดยบรรเทาอาการด้วยยาลดปวด ยาบำรุงข้อ การควบคุมน้ำหนัก การกายภาพบำบัด และ อาจพิจารณาการตัดหัวกระดูกสะโพกที่เสื่อมออกเพื่อลดความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น ในสุนัขที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 20 กิโลกรัม

             -ลูกสะบ้าเคลื่อน  ( PATELLA  LUXATION) เป็นโรคของข้อเข่าที่พบได้มากในสุนัขขนาดเล็ก เนื่องจากมีขนาดของลูกสะบ้าที่ค่อนข้างเล็ก จึงเกิดการเคลื่อนหลุดได้ง่าย โดยพบได้ทุกช่วงของอายุ สุนัขจะเดินย่อขาหลังดูคล้ายเป็ด มีอาการลุก-เดินลำบาก ซึ่งภาวะลูกสะบ้าเคลื่อน แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่

                   1.ลูกสะบ้าเคลื่อนเข้าด้านใน (Medial patella luxation)

                   2.ลูกสะบ้าเคลื่อนออกด้านนอก (Lateral patella luxation)

             ความรุนแรงของโรค จะแบ่งเป็น 4 ระดับ ดังนี้
                 เกรด 1 –  ลักษณะการเดินจะเป็นปกติลูกสะบ้าจะไม่เคลื่อนหลุดเอง แต่จะตรวจพบได้จากการตรวจคลำโดยจะเริ่มดันลูกสะบ้าเข้า-ออก จากแนวกลางได้ง่าย
                 เกรด 2 –  เวลาเดินลูกสะบ้าเคลื่อนออกจากแนวกลางได้เองจึงเริ่มเห็นได้ชัดขึ้น การตรวจคลำจะพบได้ง่ายขึ้น
                 เกรด 3 –  ลูกสะบ้าจะเคลื่อนออกจากแนวกลางตลอดเวลา และหน้าแข้งจะเริ่มบิดตามแนวของเอ็นลูกสะบ้าที่เคลื่อนไปโดยบิดทำมุมตั้งแต่ 0-60 องศา
                 เกรด 4 –  ลูกสะบ้าจะเคลื่อนออกจากแนวกลางตลอดเวลา และหน้าแข้งจะเริ่มบิดทำมุมมากกว่า 60 องศา สุนัขจะเดินย่อ ๆ ตลอดเวลา

            การรักษา

            จะเริ่มให้ทำศัลยกรรมผ่าตัดแก้ไขได้ตั้งแต่ เกรด 1 เนื่องจากว่ายิ่งปล่อยทิ้งไว้นานความเสียหายของข้อเข่าก็จะมากขึ้น บางตัวอาจเกิดปัญหาเอ็นข้อเข่าฉีก ตามมาได้ ซึ่งการผ่าตัดก็จะทำได้ยาก และใช้เวลาฟื้นฟู

            -เอ็นข้อเข่าฉีก  (CRUCIATE RUPTURE) เอ็นข้อเข่า ปกติมีอยู่ 2 เส้น คือเส้นไขว้ด้านหน้า (Cranial cruciate) และเส้นไขว้ด้านหลัง (Caudal cruciate) การฉีกขาดมักเกิดจากอุบัติเหตุ หรืออาจมีสาเหตุโน้มนำได้จาก สายพันธุ์ โครงสร้างของขาหลัง ภาวะข้อสะโพกเสื่อม ลูกสะบ้าข้อเข่าเคลื่อน และภาวะอ้วน เป็นต้น

            อาการ

จะสังเกตได้ว่าสุนัขจะปวดมาก และไม่ลงน้ำหนักขาอย่างเฉียบพลัน โดยอาจเกิดการฉีกขาดแค่บางส่วน หรือฉีกขาดหมดเลยก็ได้และมักพบการฉีกขาดของเส้นไขว้ด้านหน้าได้มากกว่า

            การรักษา

                การรักษาในระยะแรกๆจะให้ยาลดปวด และการทำกายภาพเพื่อช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยที่สุนัขบางตัวอาจกลับมาใช้งานได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรม ส่วนวิธีการทำศัลยกรรมนั้นมีได้หลายวิธี